เลือกงานไม่ได้_แต่เลือกที่จะสุขกับงานได้ ตอนที่ 2

Sep 19, 2020

#เลือกงานไม่ได้_แต่เลือกที่จะสุขกับงานได้_ตอนที่_2

#ลบความคิดลบๆ_เพื่อชีวิตที่เป็นบวกกว่า

 

สัปดาห์ก่อนผมเขียนถึง “3 มุมมองใหม่” ของการเลือกที่จะมีความสุขกับงาน

วันนี้เราจะมาดูกันว่าอะไรที่เราสามารถทำได้เพื่อให้มีความสุขไม่ว่าจะกับงานใดก็ตาม ด้วย “3 สิ่งที่ไม่ควรทำ” และ “3 สิ่งที่ควรทำ”

𝟯 สิ่งที่ไม่ควรทำ

สามสิ่งข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะไม่เพียงแต่ไม่ก่อให้เกิดผลดีในทางการงานแล้ว (โดยเฉพาะในระยะยาว) ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้เรานั้นเหนื่อยล้า ท้อแท้ หมดไฟ หรือสรุปง่ายๆก็คือมีความทุกข์นั่นเอง[/vc_column_text][vc_column_text]

  1. การทำงานเยอะเกินไป

𝘞𝘰𝘳𝘬 𝘮𝘰𝘳𝘦, 𝘩𝘶𝘳𝘵 𝘮𝘰𝘳𝘦

แม้บ้างครั้งจะทำให้งานสำเร็จลุล่วง แต่ถ้าทำเป็นระยะเวลานานจนเป็นนิสัยแล้วงานที่ทำได้สำเร็จนั้นก็อาจจะไม่มีคุณภาพเพราะร่างกายที่ได้พักผ่อนไม่เพียงพอ สมองที่ล้า และความเครียดสะสม ทั้งหมดอาจนำไปสู่อาการที่เรียกว่า “Burnout” หรืออาการ “หมดไฟ” หมดแรงและกำลังใจที่จะเดินต่อไป และนั้นคือจุดเริ่มต้นของการไม่มีความสุขกับงานอย่างเรื้อรัง เพราะฉะนั้นไม่ว่างานจะเยอะแค่ไหนก็ตาม ต้องจำไว้เสมอว่าเราต้องมีเวลาให้สมอง ให้ร่างกายเราได้พักผ่อนหย่อนใจบ้าง ท่องไว้ว่าร่างกายสำคัญกว่างาน เพราะเมื่อไม่มีร่างกายแล้ว ก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้

  1. ผู้ชนะที่เดียวดาย

𝘞𝘪𝘯𝘯𝘪𝘯𝘨, 𝘣𝘶𝘵 𝘭𝘰𝘴𝘪𝘯𝘨

การที่เราชนะก็ย่อมต้องมีคนแพ้ ถ้าเรามุ่งแต่ที่จะชนะ ต้องการความก้าวหน้าทางการงานจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลงานเป็นที่พอใจของหัวหน้า มุ่งไปที่งาน ละเลยความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน ทั้งในที่ประชุม การแสดงความคิดเห็นต่างๆ หรือการทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นต้น การมุ่งแต่จะชนะอาจสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจและสภาพแวดล้อมที่ขาดความช่วยเหลือและการเห็นใจซึ่งกันและกัน การทำเช่นนี้เป็นการมองข้ามภาพรวมของการมีความสุขกับการทำงานและความสุขของชีวิตที่แท้จริง จนอาจจะทำให้เราลืมตัวตนที่แท้จริงของเราก็เป็นไปได้ การมีเพื่อนร่วมงานที่ดี ช่วยกันทำงานให้ก้าวหน้าจะสร้างความสุขให้กับเรามากกว่าการชนะแต่เพียงผู้เดียว

  1. ทำงานเพื่อเงิน

𝘞𝘰𝘳𝘬 𝘧𝘰𝘳 𝘮𝘰𝘯𝘦𝘺

จริงอยู่ที่ทุกคนทำงานก็เพื่อให้มีรายได้ แต่ถ้าการทำงานนั่นคือการไปที่ทำงาน ทำตามคำสั่ง มองนาฬิการอเวลากลับบ้าน เราก็คงไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์(ที่ไร้ประสิทธิภาพ) การคิดเช่นนี้ทำให้เรามีความทุกข์เพราะเราเอาความสุขไปไว้กับเงินเดือนไม่ใช่กับตัวงานที่ทำ รวมถึงยังทำให้เราไม่พัฒนาและใช้ความสามารถของเราได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะนำเราไปสู่ภาวะของการหมดไฟ หรือแม้แต่ความรู้สึกไร้ค่าในตนเองซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นสิ่งที่ดีเลย

𝟯 สิ่งที่ควรทำ

นอกจากการเลิกที่จะทำสิ่งที่ไม่ควรทำทั้ง3 อย่างข้างบนแล้ว การทำสามสิ่งที่ควรทำตามข้างล่างนี้จะช่วยให้เรามีความสุขกับงานมากขึ้น

  1. มีจุดมุ่งหมาย

𝘏𝘢𝘷𝘦 𝘱𝘶𝘳𝘱𝘰𝘴𝘦

การมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน มีคุณค่าและมีความหมายนั้นจะช่วยสร้างแรงผลักดันและกำลังใจให้กับเราโดยเฉพาะในเวลาที่สถานการณ์ย่ำแย่ ท้อหรือหมดกำลังใจ เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายแบบนี้แล้ว เราจะไม่ได้ทำงานเพื่อเงินอีกต่อไป ที่เราไม่ต้องรู้สึกทรมานถึง 29 วันต่อเดือนเพื่อที่จะรู้สึกดีเพียงแค่ 1 วันเมื่อเงินเดือนออก แทนที่จะใส่ความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับตัวเอง ใช้เวลาและพลังสมองของเรามาคิดหาจุดหมายที่มีคุณค่ามีความหมายให้กับ 29 วันของเราในแต่ละเดือนจะดีกว่า

  1. มีความหวัง

𝘏𝘢𝘷𝘦 𝘩𝘰𝘱𝘦

การมีความหวังต่ออนาคตที่ดีกว่านั้นเป็นการสร้างความคิดเชิงบวกให้กับตนเองที่จะช่วยเติมพลังให้กับการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวัน และการวาดฝันถึงอนาคตที่เราอยากให้เป็นนั้นจะช่วยให้เราเห็นว่างานที่เราทำนั้นมีส่วนช่วยให้ฝันของเราเป็นจริงได้อย่างไรและรู้ว่าเราขาดความรู้ ความสามารถและทักษะด้านไหน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราวางแผนกิจกรรมในแต่ละวันของเรา ใช้เวลาในแต่ละวันให้มีค่า ก้าวเข้าใกล้ความฝันของเราวันละนิด ตามคำพูดของเล่าจื๊อ (Lao Tzu) ที่ว่า “𝘛𝘩𝘦 𝘫𝘰𝘶𝘳𝘯𝘦𝘺 𝘰𝘧 𝘢 𝘵𝘩𝘰𝘶𝘴𝘢𝘯𝘥 𝘮𝘪𝘭𝘦𝘴 𝘣𝘦𝘨𝘪𝘯𝘴 𝘸𝘪𝘵𝘩 𝘰𝘯𝘦 𝘴𝘵𝘦𝘱” - “การเดินทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่(ก้าวเล็กๆ)ก้าวแรกเสมอ”

  1. มีมิตรภาพที่ดี

𝘏𝘢𝘷𝘦 𝘧𝘳𝘪𝘦𝘯𝘥𝘴𝘩𝘪𝘱

เราใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของแต่ละวันในการทำงาน สังคมการทำงานจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพจิตที่ดี หากิจกรรมที่ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนร่วมงานของเรามากขึ้นทั้งในแผนกของเราเองและในส่วนอื่นๆ เช่นการนัดไปทานข้าวกลางวัน การเล่นกีฬาด้วยกัน หรือการร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์ เป็นต้น การมีมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงานยังช่วยส่งเสริมการงานให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ใช้ได้ทั้งในการทำงาน การเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ

ชีวิตไม่เพอร์เฟคเสมอไป  #แม้เราจะเลือกงานไม่ได้_แต่เราเลือกที่จะมีความสุขกับงานที่เราทำได้

 

TSB

TSB

0 Comments