Easier to build a strong children

Jun 13, 2020

#เลี้ยงเด็กให้เป็นคนแกร่งง่ายกว่าการซ่อมแซมผู้ใหญ่ที่เสียหรือพังแล้ว

ผมชอบคำกล่าวที่ว่า "It is easier to build strong children than to repair broken men" ของ เฟรเดอริค ด็อคลัส
เพราะมันทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน

สำนวนไทยที่ใกล้เคียงกับคำกล่าวนี้ก็คงเป็น "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ตัดยาก"

คนแกร่ง - คนพัง นั้นหมายถึงอะไร

คนแกร่งนั้นต้องแกร่งทั้งทางจิตใจ คุณธรรม และความสามารถ ซึ่งก็หมายถึงการที่มีนิสัยและความประพฤติที่ดี มีความคิดและจิตใจที่ดี มีความเข้าใจตนเองและควบคุมอารมณ์ความประพฤติตัวเองได้ดี เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนที่มีคุณธรรม ซึ่งสรุปง่ายๆก็คือเป็นคนที่มีคุณภาพและศักยภาพนั่นเอง
การที่จะได้มาซึ่งคนคนหนึ่งที่มีคุณภาพและศักยภาพนั้นต้องผ่านการฝึกฝน ขัดเกลา อบรมสั่งสอน ไม่ต่างอะไรกับการฝึกนักกีฬาหรือนักสู้ให้เก่งและแข็งแกร่ง

ส่วนผู้ใหญ่ที่เสียหรือพัง ก็คือผู้ใหญ่ที่ในวัยเด็กไม่ได้รับการฝึกฝน ขัดเกลา อบรมสั่งสอน เมื่อขาดสิ่งเหล่านี้ เขาก็จะโตขึ้นมาอย่างไม่สมบูรณ์ เช่นถ้าขาดนิสัยและความประพฤติที่ดี ก็อาจจะเป็นคนไม่มีสัมมาคาราวะ ไม่มีความเกรงใจ ถ้ารวมกับจิตใจที่ไม่ดีก็อาจจะทำให้เป็นคนอันธพาล สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว สังคม และตนเอง เมื่อคิดไม่ดี จิตใจไม่ดี และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ก็อาจจะทำร้ายผู้อื่น ทำผิดกฏหมาย เป็นต้น

เมื่อพังแล้ว... ก็ต้องโดนซ่อม

ถ้าไม่หนักมาก... ก็อาจจะโดนกล่าวว่าตักเตือน จากครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงาน
ถ้าหนักหน่อย... อาจจะโดนสังคมลงโทษ เช่นไม่มีใครไว้ใจ ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย
ถ้าหนักมาก... ก็คงไม่พ้นการโดนลงโทษทางกฏหมาย อาจะถึงขั้นติดคุก ติดตาราง
เป็นต้น

ดัดไม้ตั้งแต่ตอนที่ยังอ่อนอยู่ ย่อมง่ายกว่าดัดเมื่อไม้นั้นแก่แล้ว… ไม่หักก็ดัดไม่ได้

การฝึกฝน ขัดเกลา อบรมสั่งสอนเด็กนั้น เริ่มต้นง่ายๆด้วย

การเป็นตัวอย่างที่ดี - อยากให้ลูกเป็นอย่างไร เราจงทำเป็นตัวอย่างก่อน อย่างที่รู้กันว่า “Actions speak louder than words”หรือก็คือ“การกระทำมีความหมายมากกว่าคำพูด”

ใช้คำพูดที่เป็นบวก - แทนที่จะบอกว่า ห้ามตะโกนหรือทำเสียดัง ให้บอกว่า พูดเบาๆดีกว่าลูก จะไม่ได้รบกวนคนอื่นเขา หรือเปลี่ยน อย่าวิ่ง ให้เป็น เดินดีกว่าลูก ปลอดภัยกว่า จะได้ไม่ล้ม ไม่เจ็บ เป็นต้น

ชมเชยที่การกระทำ ไม่ใช่เพียงที่ตัวลูก - เมื่อลูกทำดีให้ชมเชยกว่าเป็นการกระทำที่ดี แทนที่จะเน้นเฉพาะว่าลูกเก่ง ตัวอย่างเช่น แม่ภูมิใจที่หนูเป็นคนมีน้ำใจ พ่อดีใจที่หนูตั้งใจเรียน เป็นต้น

ถามในสิ่งที่ลุกตอบได้ - การถามว่าวันนี้เรียนเป็นอย่างไรบ้างลูก เป็นคำถามที่กว้าง ซึ่งเด็กก็อาจจะตอบแบบกว้างๆเช่นกัน เช่น สนุกดีแม่ หรือ ก็ดีพ่อ ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นคำถามที่ช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ในแต่ละวันของลูกได้ชัดเจนขึ้นเพื่อที่จะช่วยเขาในการพัฒนาตนเองได้ เช่น บอกพ่อบอกแม่มาหนึ่งอย่างที่หนูได้เรียนในวันนี้ วันนี้หนูได้ช่วยใครหรือเปล่าและหนูทำอย่างไร วันนี้ชอบวิชาหรือกิจกรรมอะไรมากที่สุดเพราะอะไร วันนี้เรียนไม่เข้าใจตรงไหนบ้างเดี๋ยวแม่ช่วยอธิบายให้นะ เป็นต้น

คำถามแนวนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจถึงสิ่งที่ลูกได้พบเจอในแต่ละวันเพื่อที่เราจะได้ช่วยพัฒนาการเรียนรู้หรือแก้ปัญหาของลูกได้แล้ว ยังช่วยให้ลูกได้มองย้อนกลับไปและเข้าใจว่าเขาทำอะไรบ้าง อะไรที่เขาชอบ อะไรที่เขาไม่ชอบ เป็นการสอนให้ลูกไตร่ตรองและวิเคราะห์ในสิ่งที่เขาทำและเหตุการณ์ต่างๆที่เขาได้พบเจอในแต่ละวัน

TSB

TSB

0 Comments