อย่าเพิ่งเชื่อ…จงปกป้องการเรียนรู้ของตนเอง

Sep 22, 2020

การเรียนการสอนนั้นคือการถ่ายทอดความรู้ผ่านกระบวนความคิดและวิสัยทัศน์ของผู้สอน

… ถ้าผู้สอนเป็นกลาง เราก็จะได้เรียนรู้ในแง่มุมและมุมมองที่เป็นกลาง

… แต่ถ้าผู้สอนไม่เป็นกลาง สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คงหลีกไม่ได้ที่จะได้รับการปรุงแต่งไปในทางที่ผู้สอนเห็นด้วยหรือคิดว่าถูกต้อง

ผู้สอนในที่นี่ไม่ใช่เฉพาะครูบาอาจารย์ในทุกระดับชั้น แต่รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง หัวหน้างาน รุ่นพี่หรือแม้แต่เพื่อนๆ

เพราะจริงๆแล้วการเล่าให้ฟังหรือการพูดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ถือเป็นการสอน เพราะนั้นคือการถ่ายทอด ความรู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

การสอนที่ไม่เป็นกลางนั้นอาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นมีความเกี่ยวโยงกับวีธีคิดและจิตสำนึก

ผูู้เรียนก็จะมีมุมมองที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ต่อการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีประโยชน์อย่างแท้จริงต่อส่วนรวม

แต่… ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์เราคือการได้รับการยอมรับจากผู้คนรอบข้างและสังคม ซึ่งนั่นรวมถึงการที่ผู้ฟังหรือผู้เรียน รับฟังหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูด

ที่สำคัญ.. เราเองก็เป็นผู้สอนให้กับตัวเราเอง

เพราะฉะนั้น เราต้องมีสติอยู่เสมอเมื่อใดที่รับรู้ข้อมูลต่างๆ แม้จะมาจากความคิดของตนก็ตาม

สิ่งที่เราทุกคนควรจะระลึกไว้เสมอคือ “กาลามสูตร สิ่งที่ไม่ควรเชื่อ 10 ประการ”

ที่สามารถช่วยเตื่อนเราไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ

อย่าเพิ่งเชื่อ… 

ไม่ใช้เพราะมีอคติต่อแหล่งข่าวข้อมูล แต่ทุกอย่างเกิดการผิดพลาดได้ ทั้งผู้สอนเองที่อาจจะเผลอหรือเข้าใจผิด ข้อความอาจจะถูกบิดเบือนโดยไม่ตั้งใจ หรือแม้แต่เราเองที่บางครั้งอาจจะฟังไม่ได้ศัพย์จับไปกระเดียด

เราเองต้องรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของเราเอง ทั้งในเชิงเนื้อหาและมุมมองแนวความคิด เพื่อให้ตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุดของการเรียนรู้ของเรา และผลกระทบที่ความรู้ของเราจะนำไปสู่สังคม

  1. อย่าเพิ่งเชื่อโดยฟังตามกันมา (มา อนุสฺสวเนน)
  2. อย่าเพิ่งเชื่อโดยถือว่าเป็นของเก่าเล่าสืบๆ กันมา (มา ปรมฺปราย)
  3. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะข่าวเล่าลือ (มา อิติกิราย)
  4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างคัมภีร์หรือตำรา (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
  5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดเดาเอาเอง (มา ตกฺกเหตุ)
  6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดคาดคะเนอนุมานเอา (มา นยเหตุ)
  7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยตรึกเอาตามอาการที่ปรากฏ (มา อาการปริวิตกฺเกน)
  8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเห็นว่าต้องกับความเห็นของตน (มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
  9. อย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดควรเชื่อได้ (มา ภพฺพรูปตา)
  10. อย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดนั้นเป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ )

 

TSB

TSB

0 Comments