เลือกงานไม่ได้_แต่เลือกที่จะสุขกับงานได้ ตอนที่ 1

Sep 19, 2020

#เลือกงานไม่ได้_แต่เลือกที่จะสุขกับงานได้_ตอนที่_1

#มุมมองและแนวทางปฏิบัติเพื่อมีความสุขกับการทำงาน

 

ในโลกแห่งความจริงนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถเลือกงานได้

คราวก่อนผมได้เขียนถึงหลักปรัชญา อิคิไก (Ikigai) ของชาวญี่ปุ่นสำหรับการมีชีวิตที่มีความสุขและยืนยาว ซึ่งผมได้กล่าวถึงการใช้แผนผัง อิคิไก นี้ในการ “เลือก” งานที่ทำให้เรามีความสุขแบบยั่งยืน

แล้วถ้าเรา “เลือกงานไม่ได้” เราจะทำอย่างไรเพื่อให้มีความสุขกับงานที่ทำได้

วันนี้เราจะมาดูกันถึงมุมมองและแนวทางปฏิบัติที่จะทำให้เรามีความสุขได้ไม่ว่าจะกับงานใดก็ตาม กับ 3 มุมมองใหม่

ปรับความเข้าใจใหม่

บ่อยครั้งก่อนที่เราจะหาคำตอบให้กับปัญหาใดๆ ควรเริ่มที่การทำความเข้าใจที่ “ถูกต้อง” ถึงปัญหาและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนเนื้อหาในวันนี้คือถ้าเรา ’เลือกได้’ เราจะต้องเลือกงานแบบไหนที่จะทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างเติมเต็มและยั่งยืน

เมื่อเรารักในงานเราก็อยากทำงานนั้น โดยไม่ต้องมีใครมาสั่ง และทำได้โดยไม่เบื่อไม่เกี่ยง แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างยั่งยืน

 

สิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขและเติมเต็มชีวิตเราได้นั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่เรารักแล้ว ต้องเป็นสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดี สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม และสร้างรายได้ให้กับเราได้

 

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนถึงเรื่องของ อิคิไก (Ikigai) หรือปรัชญาการมีชีวิตอย่างมีความสุขและยืนยาวของคนญี่ปุ่น

หลักปรัชญาเดียวกันนี้เองที่จะช่วยให้เราค้นพบ อิคิไก ของเรา หรือสิ่งที่เรารักและถนัด เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสามารถเลี้ยงชีพเราได้ ด้วยการถามคำถามตัวเอง 4 คำถามด้วยกัน

  1. ความสุขอยู่ที่เรากำหนด

Happy comes from the inside. You are in full control.

ความสุขเกิดจากภายในจิตใจ ความรู้สึกที่เราสามารถกำหนดได้ ไม่มีใครสามารถสั่งให้เรามีความสุขหรือทุกข์ได้ถ้าจิตใจเราไม่เห็นด้วย ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกขณะเพียงแค่เราเลือกที่จะให้ความสุขกับตนเอง

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะความรู้สึกของเรามีผลกระทบต่อความคิดและการกระทำของเรา ถ้าเรารู้สึกเครียด ท้อ หมดหวัง สมองเราจะไม่มีกำลังที่จะคิดและทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ทำให้เราไม่สามารถใช้ศักยภาพของเราได้อย่างเต็มที่ ในทางกลับกันการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับตนเองจะทำให้เรามีสมองที่พร้อมจะคิดและทำในสิ่งต่างๆมากมาย

 

  1. รู้จักตนเอง ว่าเราชอบและไม่ชอบส่วนใดแง่ใดของงาน

Understanding what are those that truly fulfill you and those that are soul destroying

ความเข้าใจในความชอบของเราต่อแต่ละส่วนของงานและหน้าที่ของเรานั้นจะช่วยให้เรารู้ว่าจุดไหนเป็นบ่อเกิดของความทุกข์และความสุขเพื่อเราจะได้สามารถเลือกใช้เวลาที่มีของเราได้อย่างมีประโยชน์ที่สุดและหาวิธีแก้ไขได้ ไม่ว่าองค์กรไหนก็ย่อมต้องการให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ว่าจุดใดก่อให้เกิดความทุกข์กับเราก็นำจุดนั้นไปปรึกษาหัวหน้าหรือทีม HR เพื่อช่วยกันหาวิธีแก้ไขให้สถานการณ์ดีขึ้น

 

  1. อย่าเทียบชีวิตเรากับชีวิตคนอื่น

Comparison is the thief of joy

เมื่อใดที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่สร้างความเครียด ความท้อ ความหมดอาลัยตายอยากนั้น บ่อยครั้งที่เราจะรู้สึกว่าสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ในขณะนั้นไม่ดี เริ่มที่จะเปรียบเทียบชีวิตตนกับชีวิตของคนอื่นที่ดูจะมีความสุขมากกว่า อยากจะมีชีวิตเหมือนคนอื่น #Comparison_is_the_thief_of_joy (อ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ถึงเรื่องนี้ได้ตามคอมเม้นท์ข้างล่างนะครับ)

ในภาษาอังกฤษมีสุภาษิตที่ว่า “The grass is always greener on the other side of the fence” แปลได้ว่า "คนเรามักจะไม่พอใจตามอัตภาพหรือกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่และมักจะคิดว่าสิ่งที่คนอื่นเป็นอยู่หรือมีอยู่ดีกว่าเรา ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้"

 

ความคิดเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เรายิ่งมองเห็นแต่ข้อไม่ดีของสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ แต่ยังทำให้เรามองไม่เห็นข้อดีต่างๆ ทั้งหมดนี้อาจทำให้เราเห็นสถานการณ์คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง การจะหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้องตรงประเด็นก็คงเป็นไปได้ยาก เทียบได้กับการ “เกาไม่ตรงจุด” เกาอย่างไรก็คงไม่หายคัน เผลอๆจะทำให้เป็นแผลอีกเสียเปล่า

TSB

TSB

0 Comments